0

อิทธิพลทางการเงินที่มีผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์นิคมในประเทศไทย

โดย นิภาภรณ์ ไสยวงศ์

………….ทุนเป็นปัจจัยที่สำคัญในการขยายตัวทางเศรษฐกิจและมีความสำคัญในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการลงทุนจำเป็นต้องอาศัยเงินทุน ทุนเรือนหุ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการใช้เงินทุน โดยมีสหกรณ์เป็นสื่อกลางระดมเงินออมจากสมาชิกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้เงินทุนของสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งในภาวะเงินปันผลหรือดอกเบี้ยทุนเรือนหุ้น โดยในช่วง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2546-2555 ประมาณร้อยละ 5.00 – 6.50 และมีแนวโน้มจะคงที่ ดังนั้นการลงทุนในสหกรณ์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จูงใจให้สมาชิกหันมาลงทุนในสหกรณ์นิคม ถึงแม้ว่าเงินปันผลจะเป็นปัจจัยพื้นฐานของการตัดสินใจในการลงทุนของสมาชิกแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น ปริมาณทุนเรือนหุ้น การศึกษาว่าอิทธิพลทางการเงินอะไรบ้างที่มีผลต่อปริมาณทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์นิคมทำให้การเลือกลงทุนกับสหกรณ์เป็นไปอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้น

…………..มีารดำเนินการทดสอบโดยรวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง คือสหกรณ์นิคม ในรอบปีบัญชี 2555 จำนวน 84 สหกรณ์ เครื่องมือที่ใช้วิจัยจากรายงานการสอบบัญชีประจำปี ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ Microsoft Excel และโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Window ค้นหาอิทธิพลทางการเงินที่มีผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์นิคม พบว่าตัวแปรอิทธิพลทางการเงิน ที่มีผลต่อทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์นิคม มากที่สุดคือ อัตราส่วนทุนหมุนเวียน(เนื่องจากมีค่าน้ำหนักอิทธิพลมากที่สุด เท่ากับ 311,443.51) รองลงมาได้แก่ อัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน กำไรต่อสมาชิก เงินออมต่อสมาชิก สินทรัพย์ต่อสหกรณ์ ทุนของสหกรณ์ต่อสหกรณ์ ตามลำดับ โดยมีอิทธิพลหรือการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์ นั้นจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือตรงกันข้ามสามารถดูได้จาก เครื่องหมายและประเภทของอัตราส่วนทางการเงิน สัมประสิทธิ์ (น้ำหนัก) หน้าตัวแปรในแบบจำลองถ้าเครื่องหมายเป็นบวกแสดงว่ามีอิทธิพลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ ในทิศทางเดียวกัน ถ้าเป็นลบแสดงว่ามีอิทธิพลในทิศทางตรงข้าม ตัวอย่างเช่น ถ้าอัตราส่วนทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1 เท่า จะทำให้ทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์ เพิ่มขึ้น 311,443.51 บาทหรือถ้ากำไรต่อสมาชิกลดลง 1 บาทต่อคน ทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์เพิ่มขึ้น 4,331.65 บาท สามารถแสดงในรูปแบบตารางดังนี้

…………..จากตารางอธิบายได้ว่า ถ้าค่าของตัวแปร 1) สินทรัพย์ต่อสหกรณ์ 2) ทุนของสหกรณ์ต่อสหกรณ์ 3) อัตราส่วนทุนหมุนเวียน 4) อัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงานมากขึ้น จะทำให้ทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์เพิ่มขึ้น (เปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกัน) แต่ในขณะที่ 1) กำไรต่อสมาชิก 2) เงินออมต่อสมาชิกลดลง จะทำให้ทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์ เพิ่มขึ้น (เปลี่ยนแปลงในทิศทางตรงกันข้าม)

 ………….สรุปผลได้ดังนี้ การทดสอบอิทธิพลทางการเงินที่มีผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์นิคม พบว่าสหกรณ์นิคมมีทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์เฉลี่ย 14.89 ล้านบาท มีสินทรัพย์ต่อสหกรณ์เฉลี่ย 82.98 ล้านบาท และมีสมาชิกต่อสหกรณ์เฉลี่ย 2, 175 คน สำหรับผลการทดสอบอิทธิพลทางการเงินที่มีผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ พบว่า

………….1. อิทธิพลทางการเงินด้านโครงสร้าง (Structure) มี 2 ตัวแปรคือ 1) สินทรัพย์ต่อสหกรณ์ และ 2) ทุนของสหกรณ์ต่อสหกรณ์ มีโอกาสส่งผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ ทั้งนี้เป็นผลมาจาก หากสมาชิกได้เพิ่มทุนด้วยการมีทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์ ที่สูงขึ้นก็มีโอกาสให้ทุนของสหกรณ์เพิ่มสูงขึ้น และในที่สุดสินทรัพย์ก็เพิ่มขึ้นตาม
………….2. อิทธิพลทางการเงินด้านการทำกำไร (Earning Sufficiency) มี 3 ตัวแปรคือ 1) กำไร(ขาดทุน) ต่อสมาชิก 2 ) เงินออมต่อสมาชิก และ 3 ) อัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดำเนินงาน มีโอกาสส่งผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ ทั้งนี้เป็นผลมาจากสหกรณ์ที่มีค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ต่ำ ก็จะทำให้มีผลกำไรที่สูง จนทำให้สมาชิกมีเงินออมที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่จะปันผลแก่สมาชิกในรูปหุ้นดังนั้นทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์จึงสูงตาม
………….3. อิทธิพลทางการเงินด้านสภาพคล่อ(Liquidity) มีเพียงตัวแปรเดียว คือ อัตราส่วนทุนหมุนเวียน มีโอกาสส่งผลต่อทุนเรือนหุ้นของสหกรณ์ทั้งนี้เป็นผลมาจากสหกรณ์มีเงินให้สมาชิกกู้สูง แต่เงินรับฝากจากสมาชิกต่ำ ก็จะโอกาสที่สมาชิกจะเลือกลงทุนในรูปหุ้นของสมาชิกที่สูง
………….ดังนั้นทุนเรือนหุ้นจึงสูงตาม ดังนั้นแบบจำลองแสดงผลว่า หากกำไรต่อสมาชิก เงินออมต่อสมาชิกลดลงจะทำให้ทุนเรือนหุ้นต่อสหกรณ์เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นไปได้ว่า สมาชิกสหกรณ์นิคมมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝากเงินภายในสหกรณ์ในรูปเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนเป็นในรูปทุนเรือนหุ้นในสหกรณ์

ข้อเสนอแนะ                                                                      
               1. ภาครัฐควรส่งเสริมให้สหกรณ์นิคม มีการเติบโตของสินทรัพย์หมุนเวียนของสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหกรณ์นิคมในพื้นที่แถบภาคใต้ โดยการเอื้ออำนวยในการประกอบธุรกิจของบางสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์สามารถให้เงินกู้ยืมแก่สมาชิกได้อย่างคล่องตัว และสหกรณ์สามารถบริหารจัดการธุรกิจแบบสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี เช่น การใช้ E-commerce บนเว็บไซต์ มาช่วยในการวางแผนการขาย การวางแผนการตลาดล่วงหน้า นอกจากนี้ควรส่งเสริมการเชื่อมโยงธุรกิจการขายยางพาราข้ามประเภท เช่น สหกรณ์กองทุนสวนยาง ตลาดกลางสินค้าเกษตรล่วงหน้าภายในประเทศ  (AFET) และตลาดล่วงหน้าต่างประเทศ อาทิ ตลาดล่วงหน้าญี่ปุ่นTokyo Commodity Exchange (TOCOM) เป็นต้น นอกจากนี้ภาครัฐควรส่งเสริมการยกระดับราคารับซื้อปาล์มน้ำมันและรักษาระดับราคาอย่างต่อเนื่อง
………….2. ภาครัฐควรพิจารณาส่งเสริมการรวมตัวกันดำเนินการเป็นสหกรณ์เครือข่ายเพื่อการจัดหาปัจจัยการผลิตที่สามารถจัดหาได้ในท้องถิ่นที่ลงทุนน้อย ไม่แพง ใช้วัสดุที่เหลือใช้จากการเกษตรเช่นการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพที่สามารถทดแทนปุ๋ยเคมี เป็นต้น นอกจากนี้ควรจัดหาสินค้ามาจำหน่ายที่ตรงกับความต้องการในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ยาฆ่าสาหร่าย กากชากำจัดหอย น้ำหมักชีวภาพ กากน้ำตาล และข้าวสาร เพื่อการประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะสามารถทำให้กำไร(ขาดทุน) ต่อสมาชิก และเงินออมต่อสมาชิกมีโอกาสเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะสหกรณ์นิคมในพื้นที่แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
               โศภนิศ หนูทิศ, ดร. ประเสริฐ จรรยาสุภาพ (2551) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการค้างชำระหนี้ของลูกหนี้กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมเกษตรกรและผู้ยากจน กรณีศึกษา : จังหวัดชัยภูมิ วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยแม่โจ้

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ http://www.cad.go.th/cadweb_org/ewt_news.php?nid=18862

Advertisements