0

การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหกรณ์ร้านค้า แนวโน้มทำรายได้ให้ประเทศรับเออีซี

นางวัลดี แก้วพรหม

 

สหกรณ์ร้านค้า 

……….ในปัจจุบันภาครัฐมีนโยบายมุ่งเน้นเพื่อเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจและสังคม ช่วยเหลือประชาชนทุกภาคส่วนให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจและการเงิน จากนโยบายดังกล่าวส่งผลต่อกระบวนการสหกรณ์ที่ต้องขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ สหกรณ์ร้านค้าเป็นสหกรณ์ที่ผู้บริโภครวมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อจัดหาสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภคและรวบรวมผลิตผลและผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายแก่สมาชิกและบุคคลทั่วไป โดยจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ในประเภทสหกรณ์ร้านค้า มีสภาพเป็นนิติบุคคล ซึ่งสมาชิกผู้ถือหุ้นทุกคนเป็นเจ้าของ และลงทุนร่วมกันด้วยความสมัครใจเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนในการซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค และเพื่อผดุงฐานะทางการเศรษฐกิจของตนและหมู่คณะ

……….อย่างไรก็ตามยังเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 ปีที่กลุ่มประเทศสมาชิกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน จะมีการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวภายใต้กรอบของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จึงทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการระดมความคิดเห็นเพื่อปรับขบวนสหกรณ์ทั้งระบบมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในนามของคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ และมีการระดมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นชุมนุมสหกรณ์ทั้ง 7 ประเภท สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อเรื่อง “พัฒนาและส่งเสริมสหกรณ์” เพื่อกำหนดกรอบพัฒนาความพร้อม การปรับกลยุทธ์ และส่งเสริมเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน

……….สหกรณ์ร้านค้าก็เป็นสหกรณ์ประเภทหนึ่งที่มีส่วนผลักดันและขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนสหกรณ์ร้านค้าตามทะเบียนไม่มากนักในจำนวน 181 แห่ง มีจำนวนสมาชิกสหกรณ์ร้านค้ารวม 743,112 คน ดำเนินธุรกิจให้กับประเทศรวมมูลค่าธุรกิจ 7,053.67 ล้านบาท จากการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์รวม 5 ด้าน ได้แก่ การรับฝากเงิน การให้เงินกู้ การจัดหาสินค้ามาจำหน่าย การรวบรวมผลิตผล/การแปรรูปผลิตผล การให้บริการส่งเสริมการเกษตร

……….โดยธุรกิจการจัดหาสินค้ามาจำหน่ายมีมูลค่าธุรกิจสูงสุด จำนวน 6,634.51 ล้านบาท หรือร้อยละ 94.06 ของมูลค่าธุรกิจรวมของสหกรณ์ร้านค้าทั่วประเทศ โดยจำหน่ายสินค้าประเภทอุปโภคบริโภคสูงสุดร้อยละ 78.65 ดังรายละเอียดตามตารางต่อไปนี้

……….การเติบโตทางเศรษฐกิจ ในครึ่งแรกปี 2556 สหกรณ์ร้านค้าทั่วประเทศ พบว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งเงินทุน ธุรกิจและรายได้ จากเงินทุนดำเนินงาน 3,261.12 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ค่อนข้างสูงถึงร้อยละ 44.64 สามารถบริหารจัดการธุรกิจให้เติบโตขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.54 สร้างรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.51 ส่งผลให้มีอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.49 โดยเฉลี่ยผู้บริโภคมีการใช้บริการสินค้าของสหกรณ์ร้านค้าตกครัวเรือนละ 8,928 บาท/ปี หรือตกเดือนละ 744 บาท/เดือน สำหรับธุรกิจด้านการรับฝากเงินเติบโตสูงสุดถึง 3.78 เท่าตัว โดยสมาชิกสหกรณ์ยังมีเงินออมเหลือเฉลี่ย/คนเท่ากับ 571.91 บาท นั่นอาจหมายถึงประชาชนในประเทศมีความอยู่ดีกินดีที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

……….สรุปแนวโน้ม  ในปี 2556 แม้หลายสถาบันคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะมีโครงสร้างที่ไม่เปลี่ยนแปลงจาก  ปี 2555 มากนัก คือ ขยายตัวร้อยละ 5.20 (ช่วงคาดการณ์ที่ ร้อยละ 4.7-5.7) และอัตราเงินเฟ้อประมาณร้อยละ 3.50 ในขณะที่สหกรณ์ร้านค้าทั่วประเทศคาดว่าน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.24 ทำให้มีบทบาทมากขึ้นใน  การขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่องจากปี 2555 แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีปัจจัยเสี่ยง ในปัจจุบันจากการแข่งขันของการบริการประเภทร้านค้าทั่วไปที่อยู่บริเวณใกล้เคียงหรือโดยรอบ ซึ่งมีการขยายเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการที่มีความพร้อมเกือบทุกด้านมีทุนดำเนินงานมาก มีระบบการจัดการสินค้าที่ดี และ มีระบบการให้บริการที่รวดเร็ว อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าต่าง ๆ และร้านค้าปลีกทั่วไป ซึ่งสหกรณ์ร้านค้าจะต้องนำมาพิจารณาแก้ไขปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น ด้านการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และ  จัดนำสินค้ามาจำหน่ายให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งการวางแผนบริหารจัดการให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศตลอดเวลาเพื่อรองรับกับปัจจัยต่าง ๆ ในการแข่งขันเพื่อแบ่งส่วนตลาดกับผู้ค้ารายใหญ่ต่อไป และหน่วยงานภาครัฐควรพิจารณาหาแนวทางในการผลักดันเสริมสร้างความเข้มแข็งและยกระดับขีดความสามารถให้แก่สหกรณ์ไทยเป็นที่ยอมรับของสากลและเพื่อเตรียมพร้อมที่จะก้าวเดินเข้าสู่อาเซียนใน 2 ปีข้างหน้านี้ต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

http://www.cad.go.th/cadweb_org/ewt_news.php?nid=19255&filename=index